บะจ่าง

บะจ่าง

บะจ่าง หรือที่หลายคนเรียกว่า บ๊ะจ่าง เป็นอาหารจีนโบราณที่ใช้ข้าวเหนียวเป็นวัตถุดิบหลัก นำไปผัดกับซีอิ๊ว น้ำมัน กระเทียม และเครื่องปรุงจนได้รสเค็มหอม ก่อนใส่เครื่องคาวอย่างหมู กุนเชียง ไข่แดงเค็ม กุ้งแห้ง เห็ดหอม และถั่วลงไป จากนั้นจึงห่อด้วยใบไผ่ให้เป็นทรงสามเหลี่ยม มัดเชือกให้แน่น แล้วนำไปนึ่งหรือต้มจนข้าวเหนียวนุ่มและรับกลิ่นใบไผ่เต็มที่

เสน่ห์ของบะจ่างอยู่ที่การรวมรสหลายแบบไว้ในห่อเดียว ข้าวเหนียวให้ความนุ่มหนึบ หมูช่วยเพิ่มความเข้ม กุนเชียงให้รสหวานหอม ส่วนไข่แดงเค็มเติมความมันและเค็มนัว เมื่อแกะใบไผ่ออก กลิ่นหอมจะขึ้นก่อนทันที แล้วตามด้วยรสของเครื่องแต่ละอย่างที่ซึมเข้าไปในข้าว

เมนูนี้กินได้ทั้งเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรืออาหารรองท้อง เพราะหนึ่งห่อให้ความอิ่มค่อนข้างเต็ม บะจ่างจึงไม่ได้เป็นเพียงอาหารเทศกาล แต่ยังเป็นเมนูที่หลายครอบครัวซื้อเก็บไว้กินหรือทำแจกกันในวันสำคัญด้วย

#บ๊ะจ่าง วิธี ทํา
#บะจ่าง ใส่ อะไรบ้าง
#บะจ่าง ใช้ใบ อะไร ห่อ
#บ๊ะจ่าง ภาษาอังกฤษ
#บ๊ะจ่าง ว รา ภร ณ์
#บ๊ะจ่างเจ
#บะจ่าง ไหว้ วันไหน

ที่มาและเทศกาลไหว้บะจ่าง

บะจ่างมีความผูกพันกับเทศกาลตวนอู่เจี๋ย หรือเทศกาลเรือมังกร ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เทศกาลนี้มีทั้งการแข่งเรือมังกร การประกอบพิธีตามความเชื่อ และการกินข้าวเหนียวห่อใบไม้ที่เรียกว่า Zongzi หรือบะจ่างในภาษาไทย

ตำนานที่แพร่หลายที่สุดเล่าถึงชวีหยวน ขุนนางและกวีแห่งรัฐฉู่ ผู้มีความซื่อสัตย์และรักบ้านเมือง หลังจากบ้านเมืองเผชิญเหตุการณ์รุนแรง เขาตัดสินใจกระโดดลงแม่น้ำ ชาวบ้านจึงพายเรือออกตามหา พร้อมนำข้าวห่อใบไม้โยนลงน้ำ เพื่อไม่ให้สัตว์น้ำเข้ามารบกวนร่างของเขา เรื่องเล่านี้จึงถูกเชื่อมโยงกับทั้งการแข่งเรือมังกรและธรรมเนียมกินบะจ่างในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม เทศกาลตวนอู่มีเรื่องเล่าและความเชื่อแตกต่างกันตามแต่ละภูมิภาค จึงควรมองเรื่องชวีหยวนในฐานะตำนานสำคัญที่ได้รับการเล่าต่ออย่างกว้างขวาง ไม่ใช่คำอธิบายเพียงแบบเดียว สิ่งที่ยังอยู่ชัดจนถึงปัจจุบันคือภาพของครอบครัวที่ช่วยกันเตรียมข้าว ผัดเครื่อง ห่อใบไผ่ และทำบะจ่างไว้ไหว้หรือแบ่งกันกิน

บ๊ะจ่าง วิธี ทํา

บะจ่างมีแบบไหนบ้าง

บะจ่างไม่ได้มีเพียงสูตรหมูเครื่องแน่นแบบที่คุ้นตา เพราะแต่ละพื้นที่และแต่ละครอบครัวสามารถปรับไส้ รส และวิธีห่อให้ต่างกันได้ บะจ่างสูตรคาวแบบฮกเกี้ยนมักมีรสเข้ม ข้าวเหนียวผัดซีอิ๊ว และใส่หมู เห็ดหอม กุ้งแห้ง กุนเชียงกับไข่แดงเค็มแบบจัดเต็ม เหมาะกับคนที่ชอบรสกลมกล่อมและเครื่องหลายสัมผัสในห่อเดียว

บะจ่างแบบกวางตุ้งอาจเน้นรสละมุนกว่า และมีการใช้ถั่ว เม็ดบัว เกาลัด หรือวัตถุดิบแห้งเพิ่มความหอม ส่วนบะจ่างไต้หวันมักโดดเด่นเรื่องหมูปรุงรส เห็ด และเครื่องที่มีกลิ่นพะโล้ชัดขึ้น

สำหรับคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็มีบะจ่างเจ ซึ่งใช้เห็ด ถั่ว เกาลัด แปะก๊วย และโปรตีนจากพืชแทนหมู ส่วนสายหวานสามารถเลือกบะจ่างที่ใส่ถั่วแดง พุทราจีน หรือเผือกได้ นอกจากนี้ยังมีกี่จ่าง ซึ่งเนื้อข้าวมีความใส หนึบ และนิยมกินกับน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม

ความต่างของแต่ละสูตรไม่ได้อยู่ที่ไส้เท่านั้น แต่รวมถึงรสของข้าว ความแน่นของเครื่อง ขนาดห่อ และวิธีทำให้สุกด้วย จึงเลือกกินได้ตามความชอบโดยไม่จำเป็นต้องยึดสูตรเดียว

วัตถุดิบและวิธีทำบะจ่าง

การทำบะจ่างเริ่มจากการเตรียมข้าวเหนียวให้พร้อม ข้าวต้องล้างและแช่น้ำจนเมล็ดดูดความชื้นพอดี จากนั้นนำไปผัดกับกระเทียม ซีอิ๊ว น้ำมัน และเครื่องปรุงจนข้าวมีสีสวยและกลิ่นหอม ขั้นตอนนี้ต้องคุมความชื้นให้ดี เพราะถ้าผัดแห้งเกินไป ข้าวอาจแข็งหลังนึ่ง แต่ถ้าแฉะเกินไป เมล็ดจะเละและไม่เป็นทรง

ส่วนไส้ควรเตรียมแยกให้เรียบร้อย หมูต้องหมักหรือปรุงจนมีรสเข้าเนื้อ เห็ดหอมควรแช่น้ำให้นุ่ม กุ้งแห้งต้องล้างให้สะอาด ส่วนกุนเชียงกับไข่แดงเค็มควรตัดให้ได้ขนาดพอดีกับหนึ่งห่อ ใบไผ่ต้องแช่น้ำและทำความสะอาดจนใบอ่อนตัว ไม่แข็งหรือแตกง่ายตอนพับ

เมื่อทุกอย่างพร้อม ให้นำใบไผ่มาซ้อนและพับเป็นกรวย ใส่ข้าวเหนียว ไส้ และปิดด้วยข้าวอีกชั้น จากนั้นพับใบให้เป็นทรงสามเหลี่ยมแล้วมัดเชือกให้แน่นพอดี ไม่หลวมจนข้าวออก และไม่แน่นจนข้าวไม่มีพื้นที่ขยายตัว

ขั้นตอนสุดท้ายคือนำไปนึ่งหรือต้มจนข้าวสุกทั่ว เมื่อพักให้คลายร้อน ใบไผ่จะส่งกลิ่นหอมเข้าเนื้อข้าวอย่างชัดเจน

บ๊ะจ่างเจ

บะจ่างแบบนึ่งกับแบบต้มต่างกันอย่างไร

บะจ่างแบบนึ่งและแบบต้มให้ผลลัพธ์ต่างกันทั้งเรื่องความชื้น กลิ่น และสัมผัสของข้าว การนึ่งใช้ไอน้ำทำให้ข้าวสุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื้อข้าวจะค่อนข้างร่วน หนึบ และรักษารสเครื่องปรุงไว้ได้ชัด กลิ่นใบไผ่ยังเด่นโดยไม่ถูกน้ำเจือจางมาก เหมาะกับคนที่ชอบบะจ่างทรงแน่นและข้าวไม่เปียกเกินไป

ส่วนการต้มจะทำให้ความร้อนเข้าถึงห่อได้ทั่วและรวดเร็วกว่า ข้าวเหนียวดูดความชื้นเพิ่ม จึงนุ่ม ฉ่ำ และเกาะกันแน่นขึ้น วิธีนี้ต้องมัดใบให้แน่นมากพอ เพราะหากมีช่องเปิด น้ำอาจเข้าไปมากจนข้าวแฉะหรือเครื่องหลุดออกจากห่อได้

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ระยะเวลาต้องสัมพันธ์กับขนาดของบะจ่างและสภาพข้าวที่เตรียมไว้ ห่อใหญ่หรือไส้แน่นต้องใช้เวลามากกว่าห่อเล็ก หลังสุกควรพักให้ไอน้ำลดลงก่อนแกะ เพราะข้าวที่เพิ่งยกออกจากหม้อยังนุ่มมากและอาจเสียทรงได้ง่าย

การเลือกนึ่งหรือต้มจึงขึ้นอยู่กับเนื้อสัมผัสที่ต้องการ ถ้าชอบข้าวร่วนหนึบและกลิ่นเครื่องชัด การนึ่งจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าชอบข้าวนุ่มฉ่ำและเครื่องรวมตัวแน่น การต้มจะให้สัมผัสที่เต็มคำกว่า

วิธีเก็บ อุ่น และเลือกซื้อบะจ่าง

บะจ่างที่ทำสุกแล้วไม่ควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกินไป โดยเฉพาะห่อที่มีหมู ไข่แดงเค็ม หรือเครื่องปรุงชื้น หลังบะจ่างคลายร้อนควรนำเข้าตู้เย็นในภาชนะปิดสนิทหรือห่อเพิ่มอีกชั้น เพื่อป้องกันข้าวแห้งและไม่ให้กลิ่นอาหารอื่นเข้ามาปะปน

หากต้องการเก็บนานขึ้น สามารถแช่แข็งเป็นรายห่อได้ ก่อนเก็บควรปล่อยให้เย็นสนิทและเช็ดด้านนอกให้แห้ง เมื่อต้องการกินสามารถนำมานึ่งซ้ำจนร้อนทั่ว วิธีนึ่งจะช่วยคืนความนุ่มให้ข้าวได้ดีกว่าการอุ่นแบบแห้ง หากใช้ไมโครเวฟควรเพิ่มความชื้นเล็กน้อยและคลุมภาชนะ เพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวแข็งบริเวณขอบ

เวลาเลือกซื้อควรดูว่าใบไผ่สะอาด ไม่มีกลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวผิดปกติ เชือกมัดแน่น ห่อไม่แตก และไม่มีน้ำซึมออกมา เมื่อแกะแล้วข้าวควรสุกทั่ว ไม่แข็งเป็นไตและไม่แฉะจนเละ เครื่องด้านในควรมีกลิ่นหอมตามวัตถุดิบ ไม่มีกลิ่นเก่าหรือกลิ่นน้ำมันเหม็นหืน

บะจ่างที่ดีไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเยอะที่สุด แต่ควรบาลานซ์ระหว่างข้าวนุ่ม ไส้พอดี กลิ่นใบไผ่ และรสที่กินจนหมดห่อได้โดยไม่เค็มหรือมันเกินไป

บะจ่าง ไหว้
บทความ

บะจ่าง ไหว้ เตรียมอะไรบ้าง วิธีจัดโต๊ะและขั้นตอนไหว้

บะจ่าง ไหว้ ต้องเตรียมอะไร เช็กจำนวนบะจ่าง ผลไม้มงคล น้ำชา ธูป และเทียน พร้อมวิธีจัดโต๊ะ ขั้นตอนไหว้ตั้งแต่จุดธูปจนลาของไหว้ และความหมายของการใช้เลขคู่

เพิ่มเติม »